งานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข

วัตถุประสงค์ของงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข

เพื่อที่จะคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคให้ได้บริโภคข้อมูลข่าวสาร สินค้าและบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดภัย ราคาพอเหมาะ ตลอดจนได้รับความยุติธรรมอันเกิดจากการบริโภคสินค้าและบริการนั้น

ความหมายและแนวความคิด

คำว่า “ผู้บริโภค” หมายถึง บุคคลทุกคนที่ซื้อสินค้าที่รับประทาน ใช้กับร่างกาย หรือนำมาใช้สอยอื่น ๆ รวมทั้งการใช้บริการต่าง ๆ เช่น การให้แพทย์ตรวจ การโดยสารรถยนต์ การตัดผม เป็นต้น

ในที่นี้ “ ผู้บริโภคด้านสาธารณสุข “ มีความหมายเฉพาะผู้ที่ซื้อสินค้ามารับประทาน หรือใช้กับร่างกาย เพื่อการยังชีพ การรักษา การป้องกัน และความสะอาด รวมถึงเพื่อความสวยงาม สินค้าที่จะกล่าวถึงเจาะจงเฉพาะสินค้า 7 ประเภทเท่านั้น ได้แก่ อาหาร ยา วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาเสพติดให้โทษ เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง และวัตถุมีพิษที่ใช้ทางสาธารณสุขTUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUUU

  • สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้อง และเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกสินค้าหรือบริการ
  • สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ
  • สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย
  • เหตุใดจึงต้องคุ้มครองผู้บริโภค การคุ้มครองผู้บริโภคมีสาเหตุมาจากปัญหาเรื่องปากท้องมากที่สุด ซึ่งจะเกี่ยวโยงถึงเศรษฐกิจการค้าและการผลิต ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของระบบการตลาด ซึ่งครอบคลุมไปถึงระบบการจำหน่ายสินค้าและบริการต่าง ๆ ดังนั้น การดูแลให้ความเป็นธรรมในระบบตลาด และความปลอดภัยแกปากท้องของประชาชน จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องดูแล

    ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าแบ่งออกได้เป็น 3 ฝ่าย คือ

    1. ผู้บริโภค ซึ่งเป็นผู้ซื้อ ผู้ใช้สินค้าและบริการ
    2. ผู้ผลิตหรือผู้ขายซึ่งเรียกรวม ๆ กันว่า พ่อค้า
    3. รัฐซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจทางกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมในระบบการค้า

    สำหรับในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักคณะกรรมการอาหารและยา ขณะนี้ได้มีกฎหมายควบคุมโดยตรงอยู่ 7 ฉบับได้แก่ กฎหมายอาหาร กฎหมายยา กฎหมายเรื่องสำอาง กฎหมายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท กฎหมายยาเสพติดให้โทษ กฎหมายวัตถุมีพิษ และกฎหมายเครื่องมือแพทย์

     

    1. ผลิต : โรงงานอุตสาหกรรม และการผลิตในครัวเรือนซึ่งไม่เข้าช่วยอุตสาหกรรม
    2. ผู้นำเข้าฯ : ผู้นำหรือสั่งสินค้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศ

    3. ผู้ขาย : ร้านค้าส่ง ร้านค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าทั่วไป ผู้ขายต่าง ๆ รวมทั้งหาบเร่แผงลอย
    4. สถานบริการ : ตลาด สถานบริการด้านการรักษาพยาบาล (ทั้งของรัฐบาล และเอกชน)
    5. ผู้บริโภค : ประชาชนทุกระดับ ทุกอาชีพ
    6. ผู้ควบคุม : หน่วยงานของรัฐ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ข้าราชการ ที่มี หน้าที่รับผิดชอบ

    หน่วยงานที่รับผิดชอบในการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข

    ส่วนกลาง

    - สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

    - กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

    - กรมอนามัย

    ส่วนภูมิภาค

    - สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

    - สำนักงานเทศบาล

    - ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เขต

    - ศูนย์อนามัยสิ่งแวดล้อม (ฝ่ายสุขาภิบาลอาหาร)

    การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธาณสุข

    มีการดูแลทั้งขั้นตอนก่อนการออกสู่ตลาด (Premarketing) และขั้นตอนภายหลังการออกสู่ท้องตลาด (Postmarketing) โดยอาศัยมาตรการในการดำเนินงาน 3 ลักษณะ ได้แก่

    1. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ทำการเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องแก่กลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย และประชาชนผู้บริโภค ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค ให้มีความรู้ความเข้าใจในการผลิต ขาย หรือบริโภคสินค้าหรือบริการ ได้อย่างถูกต้องปลอดภัย
    2. การเฝ้าระวัง มีการเฝ้าระวังทั้งทางกฎหมาย เช่น การออกตรวจสอบสถานที่ประกอบการต่าง ๆ การเก็บตัวอย่างสินค้าจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพ การตรวจสอบโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการเฝ้าระวังทางวิชาการ เช่น การแจ้งข้อมูล แลกเปลี่ยนข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคระหว่างหน่วยงาน หรือองค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหา
    3. การดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งนี้อาศัยอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติ หรือพระราชกำหนดต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

    จากการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขทีผ่านมา พอจะสรุปบทบาทของเภสัชกรโรงพยาบาลในงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุขในประเด็นต่าง ๆ พร้อมทั้งตัวชี้วัด เพื่อประเมินผลการดำเนินงานได้ดังต่อไปนี้

    กลุ่มเป้าหมาย

    กิจกรรมดำเนินการ

    ตัวชี้วัด

    ผลิตภัณฑ์

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    - งานเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่ฉลากไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมต่อการบริโภค

    1. สำรวจข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่มีการขายในร้านชำ ร้ายขายยา/แหล่งที่มีการจำหน่ายในหมู่บ้าน

    2. เฝ้าระวังไม่ให้มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมจากแหล่งจำหน่ายอื่น เช่น รถเร่ เข้ามาขายในชุมชน

    3. เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งวิเคราะห์เชิงคุณภาพ

    - กำจัดผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมออกจากชุมชน

    1. ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการในการงดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้อง

    2. การใช้กฎหมาย

     

    - ปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมต่อการบริโภค

     

     

     

    - จำนวนตัวอย่างที่เก็บ และตัวอย่างที่ผล

    วิเคราะห์ไม่เข้ามาตรฐาน

     

    - ปริมาณของผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมต่อการบริโภค

    ผู้บริโภค

    - ศึกษาความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรมในการบริโภคของผู้บริโภค

    - การให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้บริโภค รวมถึงการแลกเปลี่ยนข่าวสารและประสบการณ์กับผู้บริโภคกลุ่มต่าง ๆ เช่น ครู, นักเรียน, ผู้นำชุมชน (อสม., พระ ฯลฯ), ประชาชนในหมู่บ้านและประชาชนทั่วไป

    - การส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองตนเอง เช่น การจัดตั้งกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน, การจัดตั้งร้านค้าสวัสดิการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน, การจัดตั้งกลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคในโรงเรียน, การจัดตั้งกองทุนยาในหมู่บ้านหรือ ศสมช., การจัดทำโครงการกองทุนยาระดับอำเภอ เป็นต้น

    - จัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารและศูนย์รับเรื่องทุกข์สำหรับผู้บริโภค

    - ปริมาณของผู้บริโภคที่มีความรู้ทัศนคติ, และพฤติกรรมที่ถูกต้องในการบริโภคโดยรวมและแยกตามผลิตภัณฑ์

    - ปริมาณของผู้บริโภคที่สามารถนำความรู้และข้อมูลข่าวสารที่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้อย่างเหมาะ

     

    - จำนวนองค์กรที่ตั้งขึ้นและมีความสำเร็จในการดำเนินการโดยพิจารณาจาก

    1. ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

    2. ความมีส่วนร่วมของคนในชุมชน

    3. ความสมัครใจในการเข้าร่วมกิจกรรมขององค์กร

    - ปริมาณของผู้บริโภคที่มาใช้บริการศูนย์ข้อมูลข่าวสารและศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์

    - ปริมาณของกรณีร้องทุกข์อันเนื่องมาจากการบริโภคมาจากการบริโภคที่สามารถแก้ไขได้

    ผู้ประกอบการ

    - สำรวจข้อมูลสถานประกอบการผลิต, จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในชุมชน เช่น ร้านขายยาของชำ/ร้านขายยา/โรงงาน เป็นต้น

    - ศึกษาความรู้, ทัศนคติของผู้ประกอบการต่อการคุ้มครองผู้บริโภค

    - การให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ประกอบการรวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์กับผู้ประกอบการ

    - การส่งเสริม ให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภค เช่น ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคในชุมชน

    - ปริมาณของสถานประกอบการที่ถูกต้อง

     

    - ปริมาณของผู้ประกอบการที่มีความรู้, ทัศนคติที่ถูกต้องต่อการคุ้มครองผู้บริโภค

    - ปริมาณของผู้ประกอบการที่สามารถนำความรู้และข้อมูลข่าวสารที่ได้ไปปรับใช้ในการดำเนินกิจการให้ถูกต้องเหมาะสม

    - จำนวนองค์กรที่ตั้งขึ้นและผู้ประกอบการมีส่วนร่วมในการดำเนินการหรือเป็นสมาชิก โดยความสำเร็จของกิจกรรมวัดจาก

    1. ความต่อเนื่องในการเข้าร่วมกิจกรรมขององค์กร

    2. ความสมัครใจในการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค

    เจ้าหน้าที่สาธารณสุข

    - การให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่เพื่อสร้างความตระหนักในปัญหาการบริโภคตลอดจนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานคุ้มครองผู้บริโภค และอยากมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน

    - การจัดองค์กรให้มีการประสานงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในทุกระดับ (จังหวัด, อำเภอ, ตำบล, หมู่บ้าน)

    - การมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

     

    - องค์กรมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและชัดเจนในบทบาทหน้าที่

    การโฆษณา

    - จัดระบบการรวบรวม/ตรวจสอบการโฆษณา ทั้งที่ผ่านสื่อมวลชน เช่น สถานีวิทยุท้องถิ่น หรือรถเร่ ฯลฯ

    - ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหา เช่น ประสานกับระดับจังหวัด เพื่อหาแนวทางแก้ไข

    - มีระบบการรวบรวม/ตรวจสอบการโฆษณา

    - มีการประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา

    - จำนวนปัญหาที่ได้รับการแก้ไข

    ฐานข้อมูล

    - การจัดระบบฐานข้อมูลต่าง ๆ เช่น ฐานข้อมูลผู้ประกอบการ, ฐานข้อมูลการโฆษณา, ฐานข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่พบในชุมชน เป็นต้น

    - การวิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลต่าง ๆ

    - มีระบบฐานข้อมูล

    - ความครอบคลุมของฐานข้อมูล

    - ความถูกต้องและเป็นปัจจุบันของข้อมูล

    - การนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์

    [HOME]